เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย | English
Mobile    
ค้นหา:
  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 05/10/2549
ปรับปรุงเวบเมื่อ 25/12/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 808
0103549006691


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (808)
 เครื่องวัดคุณภาพน้ำ Water Analysis Instruments
 เครื่องมือวิทยาศาสตร์ Laboratory Instruments
 เครื่องมือวัดทางสิ่งแวดล้อม Environment Instrument
 เครื่องวัดอุณหภูมิ Thermometer
 น้ำยาสอบเทียบ Standard Solution
 เครื่องวัดความเร็วรอบ
 เครื่องรีแฟรคโตมิเตอร์ Refractometer
 เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์
 ปั๊มชนิดต่างๆ Pump
 เครื่องวัดคุณภาพน้ำมันทอดอาหาร
 เครื่องวัดคุณภาพน้ำแบบควบคุมอัตโนมัติ Controller
 เครื่องวัดความชื้น Moisture Meter
 เครื่องแก้วในห้องแลป
 สารเคมี
 เครื่องตีบดตัวอย่าง
 เครื่องสเปคโตรมิเตอร์ SPECTROPHOTOMETER
 เครื่องวัดความหนาสี THICKNESS
 เครื่องเอ็กซ์เรย์ทองX-RAYทอง,เครื่องตรวจทอง
 เครื่องพ่นฆ่าเชื้อมือแบบอัตโนมัติ IR
 อุปกรณ์ไอที ในห้องLABเเละOFFICE
 EVAPAORATION AND LIFE SCIENCE
 อุปกรณ์ภาพเสียงที่ใช้ในห้องประชุมห้องปฏิบัติงาน
 เครื่องวัดความเเข็งของเม็ดยา
 เครื่องวิเคราะห์ไขมัน Soxhlet Fat Analyzer
 เครื่องวัดแก๊ส
 เครื่องวิเคราะห์โลหะหนัก
 เครื่องมือวิทยาศาสตร์ ยี่ห้อ SCHOTT
 เครื่องกลั่นระเหยสารสูญญากาศ
 ชุดอุปกรณ์ชีววิทยา
 นาฬิกาจับเวลา STOPWATCH
 อุปกรณ์เครื่องยนต์ พาหนะ
 เครื่องทำความสะอาดในโรงงานเเละครัวเรือน
 เฟอร์นิเจอร์ห้องเเลป เฟอร์นิเจอร์และห้องปฏิบัติการ
 เครื่องมือที่ใช้ห้องเเลบ
 เครื่องวัดค่าออกซิเจน
 เครื่องกวนสารละลายพร้อมให้ความร้อน
 เครื่องวัดสี
 HORIBA METER
 เครื่องวัดทางสิ่งเเวดล้อม
 สินค้ามาใหม่



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ


แบบสอบถามออนไลน์
การทำธุรกรรมทางการเงิน internet ปลอดภัยแค่ไหน
ไม่เลย 100%
50%
ปลอดภัยชัวร์ 100%
ไม่เคยใช้บริการ





เช็คสถานะการสั่งซื้อ


Pay online by TaradPay


บทความ
เสียงและการสั่นสะเทือน Noise and Vibration (อ่าน 4894/ตอบ 0)
เสียงและการสั่นสะเทือน Noise and Vibration

อวัยวะชนิดหนึ่งของร่างกายมีความทรหดอดทนพอสมควรอวัยะดังกล่าวนั้นก็คือ"หู"เพราะสายตาและการมองเห็น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการบินแต่ความสำคัญอีกอันหนึ่งที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือ "หู" นั่นเอง เพราะหูู
มีหน้าที่สำคัญสองอย่างคือ
     1. หน้าที่ในการฟังเสียงหรือการได้ยิน
     2. หน้าที่ในการทรงตัว
          คุณลักษณะของเสียงและผลกระทบ [Noise characteristics and effects]
     เสียง ภาษาไทยใช้ตรงกับคำภาษาอังกฤษสองคำคือ   Noise  และ  Sound คือ เสียงดังอึกทึกอันไม่พึงปรารถนา
หรือเสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญ   เสียงจากเครื่องบินถือว่าเป็น   Unwanted Sound  คือ  เสียงดังอึกทึกอันไม่พึง
ปราถนาหรือเสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญ   เสียงจากเครื่องบินถือว่าเป็น   Unwanted Sound เสียงเกิดจากการสั่น
สะเทือน[Vibration] ที่กระจายออกไปในลักษณะคลื่นโดยผ่านตัวกลางที่สำคัญ คือ   อากาศ อากาศจะมี   Vibration
อยู่ส่วนหนึ่งที่หูของเราเป็นตัวรับแล้ว  แปรผลออกมาเป็นเสียงส่วนช่วงหนึ่งที่หูเรารับไม่ได้ก็จะกลายเป็นแค่ความสั่น
สะเทือนไป

คลื่นเสียง Sound Wave คลื่นเสียงมีคุณลักษณะที่สามารถวัดได้ 3 ประการด้วยกันคือ

     1. Intensity  ด้วยความเข้มของเสียง   เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงดังหรือเสียงเบา  ถ้าความเข้มสูงเสียงดังมาก ความเข้มต่ำเสียงจะเบามีหน่วยนับเป็น เดซิเบล  [Decibels = dB]  โดยกำหนดให้มนุษย์เริ่มได้ยินเสียงที่ 0 เดซิเบล ซึ่งเทียบได้กับแรงกดของคลื่น ซึ่งเกิดในเนื้อที่ 1ตารางเซนติเมตร จำนวน 0.0002 dyne หรือ0.00002  Newton
ต่อ1 ตารางเซนติเมตร ปกติร่างกายจะทนฟังเสียงดังที่สุดได้เพียง 120 เดซิเบล หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย  ถ้ามากกว่า
นั้นจะเป็นอันตราย เช่น 140 เดซิเบลจะปวดหูมาก150 เดซิเบล แก้วหูฉีกขาด หรือ Organ of Cortiพัง เป็นต้น
     2. Frequency  หรือความถี่จำนวนรอบที่คลื่นเสียงเคลื่อนที่ไปใน  1 วินาทีี    มีหน่วยเป็น  เฮริทซ์ถ้าความถี่สูง
จะเกิดเสียงสูงถ้าความถี่ต่ำจะทำให้เกิดเสียงต่ำ มนุษย์ เราสามารถได้ยินในช่วงความถี่  20 - 20,000 H  ซึ่งเรียกว่า
Audible range   คือระยะดังพอได้ยิน   ความถี่ของเสียงที่หูรับได้ดีอยู่ในช่วง  600-6,000 H  ความถี่ของเสียงใน
การสนทนาซึ่งใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ในช่วงความถี่ 500-2,000 H
     3. Duration คือระยะเวลาที่แต่ละคนจะสามารถทนฟังเสียงรบกวนได้ อาจจะเป็น วินาที, นาที, ชั่วโมง
ส่วนประกอบของหูที่ทำให้เกิดการได้ยิน
     1. หูชั้นนอก  [Outer Ear]  ประกอบด้วย  ใบหู ช่องหูส่วนนอก ซึ่งอยู่ตรงปลายสุด ปิดตันด้วยเยื่อบางๆ เรียกว่า แก้วหู[Eardrum] ซึ่งจะสั่นสะเทือนเมื่อมีคลื่นเสียงมากระทบ

     2. หูชั้นกลาง[Middle Ear]เป็นโพรงอากาศที่มีที่ติดต่อกับภายนอกได้ทางเดียวคือ Eustachain tube หลอดนำ
ลมระหว่างหลังจมูกกับหูช่องกลาง ภายในหูชั้นกลางมีกระดูกรูปฆ้อน  [Malleus] ทั่ง [Inous] และโกลน  [Stapes]
ต่อเชื่อมจากเยื่อแก้วหูไปจนถึง Oval window ของหูชั้นใน
     3. หูชั้นใน  [Inner Ear] มีสองส่วน   คือ ส่วนที่รับฟังเสียง   [Cochlea portion] มีรูปร่างเป็นก้นหอยกับส่วนที่
ี่รับการทรงตัว  [Vestibular portion]  มีรูปร่างเป็นท่อวงกลม  ครึ่งวงกลม  วงกลม 3 อัน ในส่วนที่มีรูปก้นหอยจะมี
ีน้ำอยู่เต็ม  คลื่นเสียงจะผ่านหูชั้นนอกกระทบแก้วห ู กระดูกหูและไปกระทบน้ำในห  ู น้ำจะกระเพื่อมเป็นคลื่นเข้าไป
ถึงอวัยวะหรือ   Cell  ประสาทรับความรู้สึกที่เรียกว่า   Organ of Corti ซึ่งจะเกิดเป็นประจุไฟฟ้า [Inpulse]  วิ่งไป
ตามเส้นประสาทถึงสมองส่วนควบคุมการได้ยิน
ผลที่เกิดจากเสียงรบกวน
     1. ผลที่ไม่เกี่ยวกับการได้ยิน หรือผลเสียทางด้านจิตใจ เป็นผลที่ก่อให้เกิดความรำคาญ หงุดหงิดเสียงรบกวนอาจ
จะเป็นเสียงเบาๆ   เท่านั้น   ซึ่งจะดึงดูดวามสนใจ  สมาธิเสีย  จนถึงอารมณ์เสีย  เช่น เสียงยุงตอมหูเวลานอน เป็นต้น
เสียงดังมากๆ เช่น ขนาด140 เดซิเบล โดยไม่ได้ป้องกันอาจจะทำให้เกิดหลงสภาพได้ อาจเกิดคลื่นใส้ อาเจียน ความ
จริงขนาด 130 เดซิเบล ก็จะทำให้เกิดการปวดหูมากผลเสียอื่นๆ คือทำให้เกิดเมื่อยล้าเพราะคนส่วนใหญ่ต้องพยายาม
ตะโกนเปล่งเสียงเอาชนะเสียงรบกวน
     2. รบกวนการสนทนาติดต่อ   การติดต่อกันทางเครื่องบินนี้ไม่เหมือนธรรมดาเพราะลักษณะของเสียงจะผิดไปทั้ง
ความดังและความถี่ข้อความที่จะพูดกันก็ไม่เหมือนกับการสนทนาประจำวัน     การติดต่อบนเครื่องบินจะเลวลงมาก
เพราะมีเสียงต่างๆ มากมายมากลบ ทำนองเดียวกับเสียงของเครื่องบินก็จะกลบเสียงจากการสนทนาหมด
     3. ผลเสียทางสรีรวิทยา ได้แก่ Ear Damage ทำให้อำนาจการได้ยินเสียงเสียทำให้หูหนวกหรือหูตึงได้
          3.1 Temporary Threshold Shift อำนาจการได้ยินเสียงเสียไปชั่วคราวทันทีทันใด ซึ่งเกิดจากการ ได้ยิน
เสียงที่ดังมากเกินไป   แต่จะกลับดีดังเดิมได้มักจะมีความรู้สึกอื้อๆ   และตึงๆ   ในหู   อาจจะมีเสียงจิ๊ดๆดังในหูตลอด
เวลาที่ Explose  ต่อเสียงบางครั้งอาจหายไปใน  10 นาท   1-2 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น มักไม่เป็นอันตรายมากนัก
แ่ต่ถ้าเป็นน้อยๆ ก็อาจเปลี่ยนเป็นหูหนวยเลยก็ได้
          3.2 Permanent   Threshold Shift   หูหนวกอย่างถาวรเกิดจากอวัยวะเกี่ยวกับการได้ยินถูกทำลายโดย
สิ้นเชิงเช่นOrgan of Corti หรือเส้นประสาทซึ่งถูกทำลายไปแล้ว ก็ไม่อาจคืนดีได้ดังเดิม
     4. ผลกระทบต่อทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงของประชาชนใกล้สนามบิน   เช่น  กระจกบ้านแตก  จากการทำ  Sonic boom ทำให้สัตว์เลี้ยง เช่นไก่ในฟาร์มเลี้ยงจะตกใจไม่ออกไข่ หรือ ช๊อคตาย เป็นต้น
   ความดังของเสียงที่ถือว่าอันตรายถ้าอยู่ในบริเวณนี้นานกว่ากำหนดอาจเสี่ยงต่อการหูเสียโดยถาวร ดังรายละเอียดตารางข้างล่าง
          Intensity                                               Maximum Dialy Exposure
   (ความเข้มของเสียง)                                            (อยู่บริเวณนั้นเป็นประจำ)
          84 เดซิเบล                                                             480 นาที
          88    "                                                                   240   "
          92    "                                                                   120   "
          96    "                                                                   60     "
         150   "                                                                   30     "
         104   "                                                                   15     " 
         108   "                                                                   7.5    "
         112   "                                                                   3.35  "
         115   "                                                                   1.90  "
ความเข้มของเสียงที่เริ่มจะทำให้เกิดปวดหู [Pain] จะเริ่มที่ 130 เดซิเบล
การป้องกันที่หู
     1. Ear plug ป้องกันได้ 20 - 25 เดซิเบล
     2. Ear Muffs ป้องกันได้ 20 - 25 เดซิเบล
     3. ใส่ทั้ง Ear plug และ Ear Muffs ป้องกันได้ 30 - 35 เดซิเบล
     4. Helmet & Headset ป้องกันได้เพียงพอในกิจการการบิน
          สรุปผลกระทบที่เกิดจาก Hazardous Noise จะมากน้อยขึ้นอยู่กับ คุณลักษณะความถี่ของเสียง + ความเข้มของเสียง[Frquency + Intensity]
          การสูญเสียการได้ยินชั่วคราว [Temporary Hearing loss]  เมื่ออยุ่ในย่านเสียงดังเกินควรแต่พอพักอาการ
ได้แล้วการได้ยินจะกลับคืนมาเป็นปกติภายใน 24 ชม.
          การสูญเสียการได้ยินถาวร   [Permanent Hearing loss] อยู่ในย่ายเสียงดังเกินควรซ้ำแล้วซ้ำเล่าหูที่เสียจะ
ไม่กลับคืนดี,อาการจะค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทันสังเกตุ, การสูญเสียที่ความถี่ 4,000 H ก่อนและตามด้วยการสูญเสียการได้ยินทั้งสองข้าง
     อวัยวะชนิดหนึ่งของร่างกายมีความทรหดอดทนพอสมควรอวัยะดังกล่าวนั้นก็คือ"หู"เพราะสายตาและการมองเห็น นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการบินแต่ความสำคัญอีกอันหนึ่งที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ก็คือ "หู" นั่นเอง เพราะหูู
มีหน้าที่สำคัญสองอย่างคือ
     1. หน้าที่ในการฟังเสียงหรือการได้ยิน
     2. หน้าที่ในการทรงตัว
          คุณลักษณะของเสียงและผลกระทบ [Noise characteristics and effects]
     เสียง ภาษาไทยใช้ตรงกับคำภาษาอังกฤษสองคำคือ   Noise  และ  Sound คือ เสียงดังอึกทึกอันไม่พึงปรารถนา
หรือเสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญ   เสียงจากเครื่องบินถือว่าเป็น   Unwanted Sound  คือ  เสียงดังอึกทึกอันไม่พึง
ปราถนาหรือเสียงที่ทำให้เกิดความรำคาญ   เสียงจากเครื่องบินถือว่าเป็น   Unwanted Sound เสียงเกิดจากการสั่น
สะเทือน[Vibration] ที่กระจายออกไปในลักษณะคลื่นโดยผ่านตัวกลางที่สำคัญ คือ   อากาศ อากาศจะมี   Vibration
อยู่ส่วนหนึ่งที่หูของเราเป็นตัวรับแล้ว  แปรผลออกมาเป็นเสียงส่วนช่วงหนึ่งที่หูเรารับไม่ได้ก็จะกลายเป็นแค่ความสั่น
สะเทือนไป

คลื่นเสียง Sound Wave คลื่นเสียงมีคุณลักษณะที่สามารถวัดได้ 3 ประการด้วยกันคือ

     1. Intensity  ด้วยความเข้มของเสียง   เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเสียงดังหรือเสียงเบา  ถ้าความเข้มสูงเสียงดังมาก ความเข้มต่ำเสียงจะเบามีหน่วยนับเป็น เดซิเบล  [Decibels = dB]  โดยกำหนดให้มนุษย์เริ่มได้ยินเสียงที่ 0 เดซิเบล ซึ่งเทียบได้กับแรงกดของคลื่น ซึ่งเกิดในเนื้อที่ 1ตารางเซนติเมตร จำนวน 0.0002 dyne หรือ0.00002  Newton
ต่อ1 ตารางเซนติเมตร ปกติร่างกายจะทนฟังเสียงดังที่สุดได้เพียง 120 เดซิเบล หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย  ถ้ามากกว่า
นั้นจะเป็นอันตราย เช่น 140 เดซิเบลจะปวดหูมาก150 เดซิเบล แก้วหูฉีกขาด หรือ Organ of Cortiพัง เป็นต้น
     2. Frequency  หรือความถี่จำนวนรอบที่คลื่นเสียงเคลื่อนที่ไปใน  1 วินาทีี    มีหน่วยเป็น  เฮริทซ์ถ้าความถี่สูง
จะเกิดเสียงสูงถ้าความถี่ต่ำจะทำให้เกิดเสียงต่ำ มนุษย์ เราสามารถได้ยินในช่วงความถี่  20 - 20,000 H  ซึ่งเรียกว่า
Audible range   คือระยะดังพอได้ยิน   ความถี่ของเสียงที่หูรับได้ดีอยู่ในช่วง  600-6,000 H  ความถี่ของเสียงใน
การสนทนาซึ่งใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ในช่วงความถี่ 500-2,000 H
     3. Duration คือระยะเวลาที่แต่ละคนจะสามารถทนฟังเสียงรบกวนได้ อาจจะเป็น วินาที, นาที, ชั่วโมง
ส่วนประกอบของหูที่ทำให้เกิดการได้ยิน
     1. หูชั้นนอก  [Outer Ear]  ประกอบด้วย  ใบหู ช่องหูส่วนนอก ซึ่งอยู่ตรงปลายสุด ปิดตันด้วยเยื่อบางๆ เรียกว่า แก้วหู[Eardrum] ซึ่งจะสั่นสะเทือนเมื่อมีคลื่นเสียงมากระทบ

     2. หูชั้นกลาง[Middle Ear]เป็นโพรงอากาศที่มีที่ติดต่อกับภายนอกได้ทางเดียวคือ Eustachain tube หลอดนำ
ลมระหว่างหลังจมูกกับหูช่องกลาง ภายในหูชั้นกลางมีกระดูกรูปฆ้อน  [Malleus] ทั่ง [Inous] และโกลน  [Stapes]
ต่อเชื่อมจากเยื่อแก้วหูไปจนถึง Oval window ของหูชั้นใน
     3. หูชั้นใน  [Inner Ear] มีสองส่วน   คือ ส่วนที่รับฟังเสียง   [Cochlea portion] มีรูปร่างเป็นก้นหอยกับส่วนที่
ี่รับการทรงตัว  [Vestibular portion]  มีรูปร่างเป็นท่อวงกลม  ครึ่งวงกลม  วงกลม 3 อัน ในส่วนที่มีรูปก้นหอยจะมี
ีน้ำอยู่เต็ม  คลื่นเสียงจะผ่านหูชั้นนอกกระทบแก้วห ู กระดูกหูและไปกระทบน้ำในห  ู น้ำจะกระเพื่อมเป็นคลื่นเข้าไป
ถึงอวัยวะหรือ   Cell  ประสาทรับความรู้สึกที่เรียกว่า   Organ of Corti ซึ่งจะเกิดเป็นประจุไฟฟ้า [Inpulse]  วิ่งไป
ตามเส้นประสาทถึงสมองส่วนควบคุมการได้ยิน
ผลที่เกิดจากเสียงรบกวน
     1. ผลที่ไม่เกี่ยวกับการได้ยิน หรือผลเสียทางด้านจิตใจ เป็นผลที่ก่อให้เกิดความรำคาญ หงุดหงิดเสียงรบกวนอาจ
จะเป็นเสียงเบาๆ   เท่านั้น   ซึ่งจะดึงดูดวามสนใจ  สมาธิเสีย  จนถึงอารมณ์เสีย  เช่น เสียงยุงตอมหูเวลานอน เป็นต้น
เสียงดังมากๆ เช่น ขนาด140 เดซิเบล โดยไม่ได้ป้องกันอาจจะทำให้เกิดหลงสภาพได้ อาจเกิดคลื่นใส้ อาเจียน ความ
จริงขนาด 130 เดซิเบล ก็จะทำให้เกิดการปวดหูมากผลเสียอื่นๆ คือทำให้เกิดเมื่อยล้าเพราะคนส่วนใหญ่ต้องพยายาม
ตะโกนเปล่งเสียงเอาชนะเสียงรบกวน
     2. รบกวนการสนทนาติดต่อ   การติดต่อกันทางเครื่องบินนี้ไม่เหมือนธรรมดาเพราะลักษณะของเสียงจะผิดไปทั้ง
ความดังและความถี่ข้อความที่จะพูดกันก็ไม่เหมือนกับการสนทนาประจำวัน     การติดต่อบนเครื่องบินจะเลวลงมาก
เพราะมีเสียงต่างๆ มากมายมากลบ ทำนองเดียวกับเสียงของเครื่องบินก็จะกลบเสียงจากการสนทนาหมด
     3. ผลเสียทางสรีรวิทยา ได้แก่ Ear Damage ทำให้อำนาจการได้ยินเสียงเสียทำให้หูหนวกหรือหูตึงได้
          3.1 Temporary Threshold Shift อำนาจการได้ยินเสียงเสียไปชั่วคราวทันทีทันใด ซึ่งเกิดจากการ ได้ยิน
เสียงที่ดังมากเกินไป   แต่จะกลับดีดังเดิมได้มักจะมีความรู้สึกอื้อๆ   และตึงๆ   ในหู   อาจจะมีเสียงจิ๊ดๆดังในหูตลอด
เวลาที่ Explose  ต่อเสียงบางครั้งอาจหายไปใน  10 นาท   1-2 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น มักไม่เป็นอันตรายมากนัก
แ่ต่ถ้าเป็นน้อยๆ ก็อาจเปลี่ยนเป็นหูหนวยเลยก็ได้
          3.2 Permanent   Threshold Shift   หูหนวกอย่างถาวรเกิดจากอวัยวะเกี่ยวกับการได้ยินถูกทำลายโดย
สิ้นเชิงเช่นOrgan of Corti หรือเส้นประสาทซึ่งถูกทำลายไปแล้ว ก็ไม่อาจคืนดีได้ดังเดิม
     4. ผลกระทบต่อทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงของประชาชนใกล้สนามบิน   เช่น  กระจกบ้านแตก  จากการทำ  Sonic boom ทำให้สัตว์เลี้ยง เช่นไก่ในฟาร์มเลี้ยงจะตกใจไม่ออกไข่ หรือ ช๊อคตาย เป็นต้น
   ความดังของเสียงที่ถือว่าอันตรายถ้าอยู่ในบริเวณนี้นานกว่ากำหนดอาจเสี่ยงต่อการหูเสียโดยถาวร
ดังรายละเอียดตารางข้างล่าง
          Intensity                                               Maximum Dialy Exposure
   (ความเข้มของเสียง)                                            (อยู่บริเวณนั้นเป็นประจำ)
          84 เดซิเบล                                                             480 นาที
          88    "                                                                   240   "
          92    "                                                                   120   "
          96    "                                                                   60     "
         150   "                                                                   30     "
         104   "                                                                   15     " 
         108   "                                                                   7.5    "
         112   "                                                                   3.35  "
         115   "                                                                   1.90  "
ความเข้มของเสียงที่เริ่มจะทำให้เกิดปวดหู [Pain] จะเริ่มที่ 130 เดซิเบล
การป้องกันที่หู
     1. Ear plug ป้องกันได้ 20 - 25 เดซิเบล
     2. Ear Muffs ป้องกันได้ 20 - 25 เดซิเบล
     3. ใส่ทั้ง Ear plug และ Ear Muffs ป้องกันได้ 30 - 35 เดซิเบล
     4. Helmet & Headset ป้องกันได้เพียงพอในกิจการการบิน
          สรุปผลกระทบที่เกิดจาก Hazardous Noise จะมากน้อยขึ้นอยู่กับ คุณลักษณะความถี่ของเสียง + ความเข้มของเสียง[Frquency + Intensity]
          การสูญเสียการได้ยินชั่วคราว [Temporary Hearing loss]  เมื่ออยุ่ในย่านเสียงดังเกินควรแต่พอพักอาการ
ได้แล้วการได้ยินจะกลับคืนมาเป็นปกติภายใน 24 ชม.
          การสูญเสียการได้ยินถาวร   [Permanent Hearing loss] อยู่ในย่ายเสียงดังเกินควรซ้ำแล้วซ้ำเล่าหูที่เสียจะ
ไม่กลับคืนดี,อาการจะค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทันสังเกตุ, การสูญเสียที่ความถี่ 4,000 H ก่อนและตามด้วยการสูญเสีย
การได้ยินทั้งสองข้าง

เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 
สินค้า/บริการ แนะนํา
เครื่องวัดค่าพีเอช,เครื่องวัดค่ากรดด่าง,เครื่องวัดพีเอช,เครื่องวัดกรดด่าง,ยี่ห้อJENCOรุ่น PH610
ราคา 2,500.00 บ.
HI 83099 เครื่องวัดค่า COD,เครื่องวัดค่าซีโอดี แบบภาคสนาม และห้องปฏิบัติการ
ปกติ 59,500.00 บ.
พิเศษ 53,500.00 บ.
เครื่องวัดค่าออกซิเจนในน้ำ เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องวัดค่าออกซิเจน Do meterยี่ห้อJENCOรุ่น DO9010
ปกติ 33,000.00 บ.
พิเศษ 31,350.00 บ.
เครื่องวัดค่ากรดด่าง,เครื่องวัดค่าพีเอช,เครื่องวัดกรดด่าง,เครื่องวัดพีเอช,phแบบปากกา INDEX ID-1000
ราคา 3,500.00 บ.
เครื่องปั่นเหวี่ยงสารให้ตกตะกอนชนิดตั้งโต๊ะ ยี่ห้อ NUVE รุ่น NF200
ราคา 50,000.00 บ.
ph meter,เครื่องวัดค่าพีเอช,เครื่องวัดค่ากรดด่างเเบบภาคสนาม ยี่ห้อ JENCO รุ่นVision plus PH6810
ราคา 17,500.00 บ.
Turbidity Meter Model TN100 เครื่องวัดความขุ่นน้ำแบบภาคสนาม เครื่องวัดค่าความขุ่น
ปกติ 31,500.00 บ.
พิเศษ 28,350.00 บ.
เครื่องวัดค่าการนำไฟฟ้า, TDS, Salinity, และอุณหภูมิ  ยี่ห้อ JENCO รุ่น EC3840
ราคา 23,000.00 บ.
เครื่องวัดค่าORP/TEMP เเบบปากกา ยี่ห้อ JENCO รุ่น ORP628N
ราคา 7,500.00 บ.
เครื่องวัดอุณหภูมิเเบบปากกา Digital Thermometer PT-1 Kingtill
ปกติ 1,500.00 บ.
พิเศษ 1,200.00 บ.
เครื่องวัดอุณหภูมิด้วยเเสงอินฟาเรด ยี่ห้อ KINGTILL PM922
ปกติ 52,500.00 บ.
พิเศษ 47,500.00 บ.
เครื่องวัดค่าความชื้นเมล็ดพันธุ์พืช ยี่ห้อ "KETT" Japan รุ่น PM-410 แบบ 4036
ปกติ 30,000.00 บ.
พิเศษ 23,000.00 บ.

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.
//